ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็ก

สร้างวินัยให้ลูกช่วยให้โตอย่างมีคุณภาพ

กุมารแพทย์ วชิรพยาบาล แนะพ่อแม่ที่มีลูกในวัยเรียนช่วงอายุ 6-12 ปี ฝึกระเบียบวินัยให้สอดรับกับทางโรงเรียน จะช่วยให้เด็กเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงฝึกทักษะในการช่วยเหลือตัวเอง การแก้ปัญหา และการควบคุมอารมณ์ ให้รางวัลคำชมเชยเมื่อลูกทำดีแทนตัวเงินหรือสิ่งของราคาแพง นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ วชิรพยาบาล กล่าวบรรยายในหัวข้อ "สารพันปัญหา...ลูกวัย 6-12 ปี" ซึ่งมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก จัดขึ้นที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า วัย 6-12 ปี เป็นวัยเรียนชั้นประถมศึกษาที่จะต่อเนื่องไปยังวัยรุ่น พ่อแม่ควรจะเตรียมความพร้อมเด็กทั้งทางร่างกายและอารมณ์ และความมีเหตุมีผล เพื่อสามารถรับกับปัญหาเมื่อเข้าช่วงวัยรุ่น ที่ตัวเด็กต้องออกไปยังสังคมที่กว้างขึ้น ไม่ก่อปัญหาที่กระทบต่อสังคมส่วนรวม และตัวพ่อแม่ไม่สามารถควบคุมตัวเด็กได้ เพราะมีความใกล้ชิดน้อยลง นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เด็กวัยเรียนจะต้องได้รับการฝึกทักษะในด้านต่างๆ เพื่อจะได้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ได้แก่

1. การช่วยเหลือตัวเอง

ปัญหาที่พบบ่อยของเด็กช่วงวัยนี้คือ จะเห็นว่าเมื่อลูกไปโรงเรียน ยังมีพ่อแม่หลายคนจะช่วยลูกถือกระเป๋านักเรียนให้ แต่การที่เด็กถือกระเป๋าเองจะช่วยให้เขาเรียนรู้ทักษะหลายอย่าง เช่น ทำให้รู้ว่าทำอย่างไรจะไม่ให้กระเป๋าไปกระแทกคนอื่น เป็นการเรียนรู้การเข้าสังคม หรือเมื่อถือไปนานแล้วหนักขึ้น เด็กก็จะเรียนรู้ว่าเมื่อของหนักเกินไปอาจจะต้องเปลี่ยนมือบ้าง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนังสือเด็กหนักหรือมากเกินไป ตนอยากฝากให้ทางครูหรือโรงเรียนช่วยดูแลตรงนี้ด้วย เพราะจะมีปัญหาต่อเด็กได้

2. การฝึกแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง

เช่น เมื่อเด็กแปรงฟันแล้วแปรงทิ่มเหงือกเจ็บ พ่อแม่อย่าทำเป็นตกใจว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะลูกจะรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา แต่ควรบอกลูกว่าทุกคนก็เจอปัญหาเช่นนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดา

3. การฝึกควบคุมตัวเอง

เป็นความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) เด็กวัยนี้ยังไม่รู้อะไรควรหรือไม่ควร ทุกคนมีสัญชาติญาณดิบ หากหิวก็จะกินทันที เห็นของเล่นก็อยากได้ทันที พ่อแม่ต้องพยายามสอน หล่อหลอมด้วยการฝึกเด็ก ด้วยบรรทัดฐานของการอยู่ร่วมกันทั้งในครอบครัว และ บรรทัดฐานของสังคม หากพบปัญหาลูกอยากซื้อของเล่น แต่เมื่อไม่ได้ดังใจก็จะร้องกรี๊ด หรือดิ้น วิธีที่ได้ผลคือ ต้องไม่สนใจ ใจแข็ง วางตัวเมินเฉย เด็กจะค่อยเรียนรู้ว่าร้องไปก็ไม่ได้ประโยชน์ และเมื่อลูกหยุดร้องแล้วค่อยสอนลูกว่าที่ทำไปนั้นไม่เหมาะ ของแพงเกินไป ไม่คุ้มค่า เด็กก็จะได้มีทักษะในการพัฒนาอารมณ์ แต่ทั้งนี้ ขณะที่ลูกร้องไห้ พ่อแม่อย่ามีอารมณ์ร่วม หรือใส่อารมณ์โมโหโต้ตอบเด็ดขาด ขอให้อดทน แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี

4. การฝึกให้มีระเบียบวินัย

เป็นสิ่งสำคัญมาก เด็กวัยนี้จะได้รับการฝึกวินัยที่โรงเรียนได้ดีแล้ว เพียงแต่พ่อแม่ต้องทำให้สอดคล้องกับโรงเรียน ฝึกการตื่นและเข้านอนได้ด้วยตัวเอง ตกลงโปรแกรมเวลาเล่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ ฯลฯ และต้องไม่หย่อนยานเวลาจนลูกติดเป็นนิสัย รวมทั้งฝึกให้ลูกทำงานบ้านเริ่มด้วยงานง่าย ๆ ก่อน จนกลายเป็นเคยชินแล้วค่อยเพิ่มปริมาณงานให้ นอกจากนี้การฝึกให้ลูกเป็นคนดี มีเมตตา เอื้อเฟื้อ มีความคิดสร้างสรรค์ ตัวพ่อแม่ต้องทำเป็นแบบอย่างให้ลูกรู้สึกกลมกลืน เช่น การแบ่งปันอาหารให้เพื่อนบ้าน การไปทำบุญ การมีสัมมาคารวะ การรู้สึกเกรงใจคนอื่น เป็นต้น รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกกระทำความดีด้วยการให้รางวัลที่เป็นคำชม ไม่ควรให้วัตถุที่เป็นตัวเงิน หรือสิ่งของราคาแพง เช่น ทำความดี 1 ครั้งจะได้ดาว 1 ดวง สะสมดาวได้ 10 ดวงจะได้กินไอศกรีม และการเอ่ยคำชมต้องทำด้วยความจริงใจ ไม่เสแสร้ง ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th ที่มา : http://www.dmh.go.th ภาพจาก : http://www.fotosearch.com



 << Back

กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
อาคาร 68 ปีอนุสรณ์ 1039 ถ. สถานพยาบาล ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000
โทร 0-5371-1300 ต่อ 1274