ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็ก

การดูแลเด็กที่มีไข้

วิธีปฏิบัติสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ เรื่อง การดูแลเด็กที่มีไข้

ไข้ เกิดจากกลไกของร่างกายที่ต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งกลไกดังกล่าว จะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่บ่งบอก หรือเป็นสัญญาณเตือนว่ามีการติดเชื้อในร่างกาย และร่างกายกำลังสร้างกลไกต่อสู้กับเชื้อโรคอยู่ ก็คือ..."ไข้" คุณจะทราบว่าเด็กมีไข้ โดยการใช้ปรอทวัดไข้
อุณหภูมิปกติของร่างกายคนเราจะอยู่ที่ 36.0 - 37.5 องศาเซลเซียส ถ้าวัดไข้แล้วการที่จะบอกว่ามีไข้ต่ำๆ หรือมีไข้สูงเราดูจากปรอทวัดไข้ ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้อยู่ระหว่าง 37.6 - 38.4 องศาเซลเซียส จัดว่ามีไข้ต่ำ ถ้าอุณหภูมิที่วัดได้ตั้งแต่ 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จัดว่ามีไข้สูง

หากปล่อยให้เด็กมีไข้สูงมากๆ จะมีผลเสียหรือมีอันตรายหรือไม่ อย่างไร?

ถ้าเราปล่อยให้เด็กมีไข้สูงมากๆ สิ่งที่จะตามมาคือ เด็กจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ และที่คุณหมอกลัวมากคือ เกิดอาการชักเกร็ง หรือที่เราคุ้นหูว่า "ชักจากไข้สูง" โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติในครอบครัวว่าเคยมีอาการชักจากไข้ เหตุผลที่คุณหมอให้ความสำคัญกับเรื่อง "ชักจากไข้" ก็เพราะภายหลังที่เด็กชักเกร็งจะมีผลเสียเกิดขึ้น ซึ่งผลเสียที่ว่าก็คือ เซลล์สมองบางส่วนจะขาดออกซิเจนยิ่งถ้าชักบ่อยๆ เกิน 3 ครั้งขึ้นไปในการเจ็บป่วยครั้งเดียวกัน อาจส่งผลให้เด็กกลายเป็นโรคลมชักสมองเสื่อม หรือปัญญาอ่อน เมื่อโตขึ้นได้ คุณจะทราบได้อย่างไรว่าไข้สูงมากแค่ไหน ถึงจะมีโอกาสชัก เด็กจะมีโอกาสชัก เมื่อไข้สูงมากๆ เช่นสูงเกิน 39.0 องศาเซลเซียส แต่ก็พบได้เหมือนกันว่าไข้ไม่สูงก็ชักได้ คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตว่าเด็กมีอาการชักจากไข้หรือไม่ ให้สังเกตอาการตัวสั่น มือกำแน่น เท้าเกร็งเหยียด กัดฟันแน่น ส่วนใหญ่เด็กที่ชักมักจะไม่รู้สึกตัว บางรายมีกระตุก น้ำลายฟูมปาก หายใจเร็วร่วมด้วย ต้องระวังเป็นพิเศษ และให้ความสำคัญถ้าลูกอยู่ในช่วงอายุ 6 เดือน - 5 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 ขวบปีแรก

คุณจะป้องกันได้อย่างไร ไม่ให้เด็ก "ชักจากไข้"

วิธีป้องกันง่ายๆ คือ... "ลดไข้" ด้วยการรับประทานยาลดไข้ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธี ดังนั้นถ้าเราสามารถทำให้ไข้ไม่สูงขึ้นได้ โอกาสชักก็จะลดลง เพราะฉะนั้นคุณพ่อ คุณแม่ต้องให้ความสำคัญกับการเช็ดตัวอย่างถูกวิธีด้วยเช่นกัน การเช็ดตัวเพื่อลดไข้อย่างถูกวิธีต้องทำอย่างไร?

คุณหมอแนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ทำดังนี้

1. เตรียมของใช้และน้ำให้พร้อม 2. ใช้น้ำธรรมดา ถ้าน้ำเย็นมากให้ผสมน้ำเพื่อให้อุ่นขึ้น ไม่ควรใช้น้ำแข็ง หรือน้ำผสมแอลกอฮอล์ 3. ปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ เพื่อไม่ให้เด็กหนาวสั่นขณะเช็ดตัว 4. ถอดเสื้อผ้าเด็กออกให้หมด 5. ใช้ผ้าผืนเล็ก และผืนกลางชุบน้ำให้ชุ่มบิดหมาด 6. ใช้ผ้าผืนกลางคลุมตัวเด็ก เพื่อให้ความร้อนระบายออก 7. ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดบริเวณหน้า แขน ขา เน้นบริเวณศีรษะ ซอกคอ ซอกรักแร้ ขาหนีบ เพื่อระบายความร้อน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่รวมของเส้นเลือดจะระบายความร้อนได้ดี 8. ให้เช็ดจากปลายมือ ปลายเท้าสู่ลำตัวโดยเช็ดย้อนรูขุมขนเพื่อให้ความร้อนระบาย 9. เปลี่ยนน้ำเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อให้อุณหภูมิของน้ำคงที่ 10. เปลี่ยนผ้าชุบน้ำบ่อยๆ ทุก 2 - 3 นาที 11. ใช้เวลาเช็ดตัวประมาณ 10 - 15 นาที 12. หลังเช็ดตัว ควรซับตัวเด็กให้แห้ง แล้วสวมเสื้อผ้าเบาสบาย และให้นอนพัก 13. วัดไข้ซ้ำในอีก 15 - 30 นาทีต่อมา 14. ถ้าไข้ลดลง แสดงว่าการเช็ดตัวลดไข้ได้ผล 15. ถ้าไข้ไม่ลด ให้เช็ดตัวลดไข้ใหม่อีกครั้ง 16. ถ้าไข้ยังไม่ลดลงอีก คุณพ่อ คุณแม่ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์โดยด่วน

คุณหมอขอย้ำเรื่องการดูแลเด็กมีไข้เมื่ออยู่บ้านอีกครั้งว่า....

1. เมื่อเด็กมีไข้ให้เช็ดตัวลดไข้ และสังเกตอาการอื่นๆ ร่วมด้วย 2. ถ้าพบว่าเด็กมีไข้สูง ซึมลง ไม่เล่น ไม่ทาน ให้รีบมาพบคุณหมอ ทันที 3. คุณพ่อคุณแม่ควรจัดหาปรอทวัดไข้เอาไว้ประจำบ้าน นอกจากใช้วัดไข้เด็กแล้ว ยังสามารถใช้วัดไข้สมาชิกคนอื่นๆในบ้านได้อีกด้วย เก็บไว้นานๆ ปรอทก็ไม่เสื่อม ไม่สึกหรอ เวลาเช็ดตัวลดไข้แล้ว จะได้ทราบว่าเช็ดตัวลดไข้ได้ผลหรือไม่ และเวลาพาเด็กมาพบคุณหมอคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถบอกคุณหมอได้ด้วยว่า เด็กมีไข้เท่าไร 4. ถ้าเด็กชักจากไข้สูงแล้ว ให้รีบพามาพบคุณหมอในทันที เมื่อไหร่ควรพาไปหาหมอ คุณๆควรพาเด็กไปหาหมอทันทีที่ลูกมีอาการไข้ร่วมกับอาการ (อาการใดอาการหนึ่ง หรือ หลายๆอาการ)ดังนี้ - เป็นเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน เพราะเด็กเล็กจะสังเกตอาการยาก - ไข้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส หรือ 104 องศาฟาเรนไฮด์ เพราะหากไข้สูงเด็กอาจจะชัก หรือเป็นโรคร้ายแรง (เด็กชักบ่อยๆไม่ดีค่ะ อาจจะกระทบกระเทือนกับสมองได้) - รับประทานอาหารหรือนมได้น้อยกว่าปกติ - มีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลว - มีไข้นานกว่า 24 ชั่วโมงในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ หรือนานกว่า 72 ชั่วโมงในเด็กอายุมากกว่า 2 ขวบ - ร้องไห้ไม่หยุดต่อเนื่องหลายชั่วโมง เพื่อหมอจะได้หาสาเหตุและช่วยเหลือลูก - กระสับกระส่าย ซึมมาก ปลุกไม่ตื่น - มีผื่นสีม่วงหรือแดง เป็นจุดหรือจำเลือดตามตัว - ริมฝีปาก ลิ้น เล็บเป็นสีคลำ - กระหม่อมโป่งหรือยุบผิดปกติ - คอแข็งหรือปวดศีรษะมาก - ขาอ่อนแรง - หายใจลำบาก -ชัก - ต้องนั่งโน้มตัวไปด้านหน้าและมีนำลายไหลตลอดเวลา



 << Back

กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
อาคาร 68 ปีอนุสรณ์ 1039 ถ. สถานพยาบาล ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000
โทร 0-5371-1300 ต่อ 1274